รับดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน รายเดือนหรือรายวัน แบบไหนดีกว่า?

ในปี 2026 ที่ครอบครัวไทยต้องเผชิญกับสังคมสูงวัย การเลือกรับบริการดูแลผู้สูงอายุตามบ้านเป็นรายเดือนหรือรายวันจึงสำคัญ ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและความเหมาะสม ไลฟ์สไตล์ลูกหลานที่ยุ่งยากจะเลือกแบบไหนดีให้ผู้สูงวัยอบอุ่นใจ? หาคำตอบได้ที่นี่

รับดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน รายเดือนหรือรายวัน แบบไหนดีกว่า?

การดูแลผู้สูงอายุที่บ้านกำลังเป็นทางเลือกหลักของหลายครอบครัวในไทย เพราะช่วยให้ผู้สูงวัยอยู่ในสภาพแวดล้อมคุ้นเคย ลดความเครียด และยังคงความเป็นส่วนตัวได้ดี แต่คำถามสำคัญคือควรจ้างผู้ดูแลแบบรายวันหรือรายเดือน การตัดสินใจที่เหมาะสมควรพิจารณาจากระดับการพึ่งพิง ความสม่ำเสมอของงานดูแล ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และความสามารถของครอบครัวในการช่วยดูแลร่วมกัน

ข้อดีข้อเสียของการดูแลแต่ละแบบ

การจ้างแบบรายวันเหมาะเมื่อความต้องการดูแล “เป็นบางช่วงเวลา” เช่น เฝ้าดูแลตอนกลางวัน ช่วยอาบน้ำ พาออกกำลังกาย ทำอาหารอ่อน หรือพาไปพบแพทย์ ข้อดีคือยืดหยุ่น ปรับวันและชั่วโมงได้ และเหมาะกับบ้านที่มีคนในครอบครัวสลับเวรได้บ้าง ข้อจำกัดคือความต่อเนื่องอาจน้อยกว่า หากเปลี่ยนผู้ดูแลบ่อย ผู้สูงวัยบางคนอาจปรับตัวยาก ส่วนแบบรายเดือนเหมาะเมื่อจำเป็นต้องมีผู้ดูแลประจำ งานมีความต่อเนื่อง เช่น ดูแลการกินยา การเฝ้าระวังการหกล้ม การทำกายภาพง่าย ๆ และการช่วยเหลือกิจวัตรหลายอย่าง ข้อดีคือความคุ้นเคยและการสื่อสารที่ลื่นไหลขึ้น แต่ต้องวางระบบวันหยุด งานทดแทน และความชัดเจนเรื่องหน้าที่เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน

ความเหมาะสมตามกิจวัตรผู้สูงอายุไทย

กิจวัตรของผู้สูงวัยไทยจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการทานอาหารเป็นเวลา การทานยาหลังอาหาร การงีบกลางวัน การทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินรอบบ้าน รดน้ำต้นไม้ หรือสวดมนต์ หากผู้สูงวัยช่วยตัวเองได้บางส่วน แต่ต้องมีคนคอย “ดูแลความปลอดภัย” เช่น กันลื่นในห้องน้ำ พยุงขึ้นลงบันได หรือเฝ้าระวังช่วงอาบน้ำ การจ้างรายวันแบบ 6–12 ชั่วโมงมักตอบโจทย์ แต่ถ้ามีภาวะหลงลืม สับสนกลางคืน นอนหลับไม่เป็นเวลา หรือมีความเสี่ยงเดินออกนอกบ้านโดยไม่รู้ตัว การดูแลแบบรายเดือนที่มีคนอยู่ประจำหรือเข้าเวรยาวต่อเนื่องจะลดความเสี่ยงได้มากกว่า ทั้งนี้ควรดูรูปแบบบ้านไทยจริง ๆ เช่น บ้านหลายชั้น ห้องน้ำต่างระดับ พื้นกระเบื้องลื่น และพื้นที่ครัวที่มีความร้อน ซึ่งล้วนส่งผลต่อระดับการดูแลที่ต้องใช้

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนกับรายวัน

มุมมองค่าใช้จ่ายควรดูให้ครบ “ค่าแรง + ความเสี่ยง + ค่าแฝง” ไม่ใช่ดูตัวเลขต่อวันหรือเดือนอย่างเดียว รายวันมักเหมาะเมื่อใช้จำนวนวันไม่มาก หรือใช้เฉพาะช่วงเวลาที่ครอบครัวไม่อยู่บ้าน แต่หากต้องใช้แทบทุกวันและชั่วโมงยาว ค่าใช้จ่ายรวมอาจเข้าใกล้หรือสูงกว่ารายเดือน ในทางกลับกัน รายเดือนให้ความต่อเนื่องและลดเวลาประสานงาน แต่ต้องเผื่อค่าใช้จ่ายอื่น เช่น วันหยุดผู้ดูแล ค่าคนทดแทน (หากต้องมีคนเฝ้าต่อเนื่อง) ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลือง (แผ่นรองซับ ถุงมือ) และบางกรณีมีค่าบริการวิชาชีพเพิ่ม เช่น พยาบาลวิชาชีพสำหรับทำแผล ดูแลสายให้อาหาร หรือกายภาพบำบัด

ปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่างกันมาก ได้แก่ ระดับการพึ่งพิง (ช่วยตัวเองได้มาก/น้อย) ช่วงเวลางาน (กลางวันหรือเฝ้ากลางคืน) ความซับซ้อนทางการแพทย์ (เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ดูแลแผลกดทับ ดูดเสมหะ) ทักษะผู้ดูแล (ผู้ช่วยพยาบาล/พยาบาล) และทำเลในไทย (เขตเมือง ค่าเดินทางและเวลารถติด) ดังนั้นการเทียบ “ราคาแบบเดียว” อาจทำให้ตัดสินใจคลาดเคลื่อน ควรขอขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรและลองประเมินตารางจริง 1–2 สัปดาห์ก่อนเลือกแพ็กเกจยาว


Product/Service Provider Cost Estimation
บริการดูแลผู้ป่วย/ผู้สูงอายุที่บ้าน (Home Care) Samitivej Hospital ประเมินเป็นรายกรณี มักขึ้นกับวิชาชีพ ระยะเวลา และหัตถการที่ต้องทำ
บริการดูแลสุขภาพที่บ้าน (Home Care) Bangkok Hospital ประเมินเป็นรายกรณี อาจมีทั้งการเยี่ยมเป็นครั้งและแพ็กเกจตามแผนการรักษา
บริการดูแลสุขภาพที่บ้าน (Home Health Care) Bumrungrad International Hospital ประเมินเป็นรายกรณี โดยทั่วไปผูกกับความต้องการทางการแพทย์และทีมสหวิชาชีพ
ผู้ดูแลผู้สูงอายุแบบรายวัน 6–12 ชม. ผู้ให้บริการ/เอเจนซี่ผู้ดูแลในไทย (ทั่วไป) โดยทั่วไปมักอยู่ราว 1,200–2,500 บาท/วัน ขึ้นกับทักษะและชั่วโมงงาน
ผู้ดูแลผู้สูงอายุแบบอยู่ประจำ (รายเดือน) ผู้ให้บริการ/เอเจนซี่ผู้ดูแลในไทย (ทั่วไป) โดยทั่วไปมักอยู่ราว 25,000–55,000 บาท/เดือน (งานกลางวัน/เวรยาว) และอาจสูงขึ้นมากหากเฝ้า 24 ชม.

หมายเหตุ: ราคาหรืออัตราค่าบริการที่กล่าวถึงในบทความนี้อ้างอิงจากข้อมูลที่มีล่าสุด แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนตัดสินใจทางการเงิน

ประสบการณ์จริงจากครอบครัวไทยปี 2026

ภาพที่พบได้บ่อยในครอบครัวไทยช่วงปี 2026 คือการเริ่มจาก “รายวัน” เพื่อทดลองความเข้ากันของผู้ดูแลกับผู้สูงวัยก่อน โดยเฉพาะบ้านที่ยังมีลูกหลานทำงานแบบไฮบริด ช่วงแรกมักติดที่การสื่อสารเรื่องมาตรฐานงาน เช่น วิธีอาบน้ำที่ผู้สูงวัยสบายใจ เวลาอาหารที่คุ้นเคย หรือการดูแลความเป็นส่วนตัว เมื่อตารางลงตัวแล้ว บางบ้านขยับเป็นรายเดือนเพื่อให้ผู้สูงวัยคุ้นกับคนดูแลคนเดิม ลดความกังวล และลดภาระการประสานงาน ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเลือกคงรายวัน แต่เพิ่ม “การเยี่ยมโดยพยาบาลเป็นครั้ง” สำหรับงานเฉพาะ เช่น ประเมินแผล วัดสัญญาณชีพอย่างเป็นระบบ หรือทบทวนความปลอดภัยในบ้าน แนวโน้มสำคัญคือครอบครัวที่กำหนดขอบเขตงานชัดเจนและมีสมุดบันทึกการดูแล มักลดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกันได้มาก

เคล็ดลับเลือกบริการให้ผู้สูงวัยมีความสุข

เริ่มจากประเมินระดับการช่วยเหลือตัวเองแบบตรงไปตรงมา แยกเป็น 3 ส่วนคือ การเคลื่อนไหว (เดิน/ลุกนั่ง/ขึ้นลงเตียง) การดูแลตัวเอง (อาบน้ำ แต่งตัว เข้าห้องน้ำ) และการจัดการสุขภาพ (กินยา อาหารเฉพาะโรค นัดพบแพทย์) จากนั้นกำหนด “ผลลัพธ์ที่ต้องการ” เช่น ลดการหกล้ม ทำให้กินยาได้ตรงเวลา หรือให้มีกิจกรรมระหว่างวัน เพื่อเลือกแพ็กเกจรายวันหรือรายเดือนให้พอดี ควรถามให้ชัดเรื่องประสบการณ์ผู้ดูแลกับภาวะที่พบในผู้สูงวัยไทย เช่น เบาหวาน ความดัน ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือหลงลืม พร้อมตกลงเรื่องความเป็นส่วนตัว การใช้โทรศัพท์ระหว่างงาน และขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สุดท้ายให้จัดบ้านให้สนับสนุนการดูแล เช่น แผ่นกันลื่น ราวจับ ไฟทางเดินกลางคืน และจุดวางยาเป็นระบบ เพราะต่อให้จ้างรูปแบบใด ความปลอดภัยพื้นฐานในบ้านช่วยลดภาระและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ชัดเจน

การเลือกดูแลผู้สูงอายุตามบ้านแบบรายวันหรือรายเดือนจึงไม่ใช่คำถามว่าแบบไหน “ดีกว่าเสมอ” แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสมกับตารางชีวิต ความเสี่ยง และความต่อเนื่องที่ต้องการ หากต้องการความยืดหยุ่นและดูแลเป็นช่วงเวลา รายวันมักลงตัวกว่า แต่ถ้าต้องการความคุ้นเคย การเฝ้าระวังสม่ำเสมอ และลดภาระการประสานงาน รายเดือนมักให้ภาพรวมที่นิ่งกว่า เมื่อประเมินงานดูแลจริง วางขอบเขตหน้าที่ และคุยเรื่องค่าใช้จ่ายแบบมองทั้งค่าแฝง ครอบครัวจะตัดสินใจได้รอบคอบและสอดคล้องกับความสุขของผู้สูงวัยมากขึ้น